Loading comparison list ...

Tour comparison (0) Reset Compare
 

EasyBlog

This is some blog description about this site
กำเนิดโดราเอมอน

สวัสดีครับ วันนี้วันที่ 3 กันยายน 2015 เป็นวันดี เด็กญี่ปุ่นให้ความสำคัญมากพอสมควรเลยนะครับ เพราะทุกๆ ปีในวันนี้คือ วันเกิดของโดราเอมอน สุดยอดแมวอมตะในดวงใจของผู้คนเรือนล้านบนโลกใบนี้นั่นเองครับ!!! วันนี้โอทารุจะขอเล่าประวัติคร่าวๆ ของเจ้าแมวตัวนี้ให้เพื่อนๆ ฟังพอสังเขปนะครับ!

โดเรมอน ถือการ์ตูนญี่ปุ่นกำเนิดจากปลายปากกาของนักเขียนชื่อดังของญี่ปุ่นท่านหนึ่ง นั่นก็คือ อาจารย์ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ (ชื่อนี้คือนามปากกานะครับ ชื่อจริงของอาจารย์คือ ฮิโรชิ ฟูจิโมโตะ) ผลงานของท่านนอกจากการ์ตูนเรื่องโดราเอมอนแล้ว ยังมีผลงานอีกหลายเรื่องที่ชาวไทยรู้จักกันดี นั่นก็คือ ผีน้อยคิวทาโร่ (แต่เรื่องนี้เขียนร่วมกับอาจารย์ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ เอ ซึ่งเป็นคนวาดเรื่องนินจาฮาโตริ) ปาร์แมน โมจาโกะ หนูน้อยนักประดิษฐ์คิเทเรสึ มามิสาวน้อยพลังจิต ชิมปุย โปโกะเนียว ฯลฯ 

หน้าตาของอาจารย์ Fujiko F Fujio ครับ

สำหรับเจ้าแมวญี่ปุ่นตัวนี้อาจารย์ได้วาดและนำเสนอเป็นรูปเล่มและตีพิมพ์เมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512) โดยมีตอนสั้นๆที่เป็น original ทั้งหมด 1,345 ตอน โดยแบ่งออกเป็นการ์ตูนสั้นๆ จบในตอนครับ (original ที่ว่า มี 45 เล่มครับ ประเทศไทยก็มีขายทั่วไป แต่ราคาก็กระโดดขึ้นเกือบทุกปีเหมือนกัน ใครจะซื้อเก็บก็ซื้อได้ครับ) ส่วนที่เป็นตอนยาว แบบอนิเมะ (การ์ตูนภาพเคลื่อนไหว+ที่ฉายในโรงหนัง) ปัจจุบันก็มีเยอะมากหลายซี่รียส์ โดยแบ่งได้ดังนี้ 

-Series 1979 ถือเป็น Original series เลยครับ เพราะอาจารย์ท่านวาดเองเกือบทุกตอน เริ่มตั้งแต่ลงจอเมื่อปี 1980 ในชื่อตอน (ภาษาไทย) ว่า ไดโนเสาร์ของโนบิตะ ไปจนจบตอนบุกอาณาจักรโฮ่งเหมียวเมื่อปี 2004 ที่ผ่านมาครับ (แต่อาจารย์เสียชีวิตด้วยโรคตับไปเมื่อปี 1996 ครับ ตอนที่เหลือลูกศิษย์ก็ช่วยกันวาดต่อ)

-series 2005 ขึ้นไปจะเป็นตอนใหม่หรือเอาตอนเก่ามารีเมคครับ (ใครเกิดยุคโชวะ เท่าที่ถามดูจะบอกว่าหลายภาคที่มารีเมคสู้ภาคดั้งเดิมไม่ได้ครับ อันนี้คงแล้วแต่ความชอบ) ล่าสุดตอนต่อไป ปี 2016 เป็นตอนรีเมคของตอนโนบิตะกับกำเนิดประเทศญี่ปุ่น (รีเมคเวอร์ชั่น 1989)

-นอกจากนี้ยังมีตอนสั้นแบบยี่สิบนาทีบ้าง สี่สิบนาทีบ้าง ตลอดไปจนถึงมีเรื่องราวของโดเรมี น้องสาวของโดเรมอนแยกออกมาทำการ์ตูนต่างหาก รวมไปถึงตอนที่มี The 7 Doraemon อีกด้วยครับ ยังไม่พอ มีนักวาดการ์ตูนอีกหลายคนขอลิขสิทธิ์ไปวาด spin off เรื่องอื่นๆ อีกเยอะ ที่เห็นชัดๆ ก็มี Dorabase เรื่องหนึ่งล่ะครับ (เป็นแก๊งค์โดเรมอนไปตีเบสบอลแข่งกับชาวบ้าน ในเมืองไทยมีขายครับ ไปหาอ่านได้แต่ออกช้าหน่อย)

สำหรับโดเรมอน พล็อตเรื่องหลักผมคงไม่สาธยายนะครับเพราะส่วนใหญ่ทุกคนก็รู้หมดอยู่แล้ว แต่จะมาบอกว่าเคยอ่านมาจากนิตยสารบางเล่มถึงเบื้องหลังตอนจบที่ค่อนข้างเศร้าครับ

ตอนจบของโดราเอมอน

-หลายคนอาจจะบอกว่าโดเรมอนไม่มีวันจบ เรื่องนี้ผมไม่เถียงครับ ทุกวันนี้ก็ฉายกันให้ดูไม่หมด แต่สมัยที่อาจารย์ฟูจิโกะป่วยจนต้องไปนั่งเขียนเรื่องที่โรงพยาบาลนี่มีกระแสว่าอาจารย์เขียนตอนจบไว้จริงๆนะครับ (อาจารย์ป่วยเรื่องตับมานาน จะมีอยู่ช่วงนึงที่โดเรมอนจะออกแนวดาร์คๆ ไม่สนุก มีใครสังเกตไหมครับ ที่ช่วงนั้นมันดาร์คเพราะอาจารย์เริ่มหมดแรงจะเขียนแล้วครับ ประกอบอาการป่วยก็ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ขาดช่วง) ปรากฏว่ามีวันหนึ่งอาจารย์เขียนตอนจบไว้ได้ Super SAD มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เพราะ....

ปรากฏว่าตอนจบที่อาจารย์วางไว้ก็คือ โนบิตะป่วยเป็นโรคอะไรสักอย่างต้องนอนรักษาที่โรงพยาบาลเป็นเวลานาน เพื่อนๆ ก็มีไม่มาก มาวันหนึ่งโนบิตะตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลแล้วถามพ่อกับแม่ว่าโดเรมอนอยู่ที่ไหน พ่อแม่ก็งงและก็บอกว่าไม่รู้จักโดเรมอน "ลูกคิดไปเองแล้ว การผจญภัยอะไรที่ไหนกัน โดเรมอนคือใคร? วันนี้มีชิซุกะ ไจแอ้นท์ ซุเนะโอะมาเยี่ยมแค่นั้นเอง"

--> เป็นไงครับ Hurt กันไหมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม ถ้าจบแบบนี้?!!?!? ปรากฎว่าทางสมาพันธ์การ์ตูนญี่ปุ่น (ผมไม่รู้จะเรียกยังไง) สั่งแบน!!!!! เพราะถือว่าเป็นการทำลายความฝันของเหล่าเด็กน้อยโดยสิ้นเชิงครับ!!! แน่นอนครับ ผมอ่านบทความนี้ครั้งแรกยังช็อค! ขืนเผยแพร่ออกไปก็ปิดตำนานได้เลย...กระนั้นผมก็พอเข้าใจอารมณ์ของอาจารย์ตอนนั้นนะครับ เพราะว่าหลังจากตอนจบนี้ไม่นาน อาจารย์ก็จากโลกนี้ไปครับ......T_T

-->ขอบอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ได้แต่งเอง และก็อ่านมาจากนิตยสาร ถ้าคิดว่าข่าวมั่วก็ไปเบลมนิตยสารนั้นเอง ทุกวันนี้นิตยสารที่ว่าก็ยังวางขายตามแผงหนังสือชั้นนำด้วยแหละ!!!

เอาล่ะ เอาเป็นว่าเรื่อง SAD คงไม่เกิดขึ้นครับ โอทารุก็หวังไว้ว่าจะได้ติดตามผลงานอมตะของอาจารย์ต่อไปและผมก็หวังให้เพื่อนๆ ที่ตามอ่านบล็อกก็ไม่ลืมสนับสนุนโดเรมอนให้อยู่คู่กับโลกของเราตลอดไปนะครับ อิอิ สำหรับบล็อกนี้อาจจะค้างๆคาๆ แต่บอกเลยว่าโลกของโดเรมอนถ้าเขียนจริงๆ ก็เป็นเดือนล่ะครับ ยิ่งกว่าทำ report ส่งสอบปลายภาคอีกนะ เพราะมันแตกสาขาออกไปได้อีกมากครับ เอาเป็นว่าอ่านตอนจบแบบดาร์คแล้วว่างๆ โอทารุจะมาเขียนเรื่องโดเรมอนแบบสว่างๆ บ้างก็แล้วกันครับ

ยุคสมัยของญี่ปุ่น
เกร็ดความรู้ 9 ข้อของซากุระที่หลายคนยังไม่รู้