Loading comparison list ...

Tour comparison (0) Reset Compare
 

EasyBlog

This is some blog description about this site
ยุคสมัยของญี่ปุ่น

สวัสดีครับเพื่อนๆ หลังจากที่โอทารุเขียนเรื่องเกี่ยวกับมารยาทในการโดยสารรถไฟญี่ปุ่นไปแล้วในบล็อกก่อน ครั้งนี้ก็ขอเน้นแบบวิชาการเบาๆ บ้างก็แล้วกันนะครับ! อย่าเพิ่งเบื่อกันเสียก่อนกับเรื่องที่จะอ่านต่อไปนี้ เพราะผมจะพยายามเอาวิชาการใส่ลงไปให้น้อยๆ แต่อ่านเอาเป็นความรู้เพลินๆจะดีกว่าครับ

ความเป็นมาของญี่ปุ่นจริงๆ สามารถย้อนอดีตไปได้ไกลกว่า 200,000 ปีก่อนคริสตกาลที่นักโบราณคดีได้ค้นพบว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่ในเกาะญี่ปุ่นครับ แต่กว่าจะมีร่องรอยอารยธรรมให้ค้นพบแบบจริงจังก็ต้องประมาณ 32,000 ปีก่อนคริสตกาลเข้าไปโน่นแนะครับ เพราะว่าสมัยนั้นมนุษย์ยังเป็นพวกเร่ร่อน ล่าสัตว์เก็บของป่าไปเรื่อยๆ สัตว์หมด อาหารหมดก็ย้ายถิ่นไปเรื่อยๆ การสร้างบ้านเรือนแล้วปักหลักเป็นแหล่งๆจึงยังไม่เกิดขึ้นในยุคนี้ (แต่สมัยนั้นญี่ปุ่นติดจีนนะครับ! เพราะเป็นยุคน้ำแข็งนั่นเอง แผ่นดินจึงสูงกว่าปัจจุบันนี้มากๆ ทำให้มนุษย์สามารถข้ามฟากจากเมืองจีนไปญี่ปุ่นได้ครับ)-->ถ้าใครเคยดูการ์ตูนโดเรมอนตอนพิเศษที่ย้อนไปแดนญี่ปุ่นโบราณก็ช่วงนี้นี่แหละครับ! เอาเป็นว่าพอมนุษย์ได้ลงหลักปักฐานที่ญี่ปุ่นแล้ว ก็เริ่มสร้างอารยธรรมขึ้นมาครับ โดยหลายสำนักอาจจะแบ่งยุคต่างๆ ไว้ตามแบบฉบับของตัวเอง แต่เพื่อความเข้าใจง่าย โอทารุก็ขอซอยย่อยให้เข้าใจง่ายดังนี้

1. ยุคโจมอน 14,000-300 ปีก่อนคริสตกาล -->ยุคนี้เริ่มอารยธรรมครับ เริ่มมีการสร้างบ้านทำไร่ทำนา เครื่องปั้นดินเผาก็มีนะ ที่ญี่ปุ่นหลายแห่งมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทนี้อยู่พอสมควรเลยครับ หากสนใจก็ไปชมกันได้

2. ยุคยาโยอิ 300 ปีก่อนคริสตกาล-ค.ศ. 250 -->ยุคยาโยอิ (ไม่เกี่ยวกับร้านอาหารชื่อดังเลยแม้แต่นิดเดียว) ยุคนี้เริ่มมีความวิจิตรเรื่องงานปั้นทั้งหลาย แต่ก็มีการบุกรุกถิ่นฐานจากคนแผ่นดินใหญ่ทำให้คนที่อยู่มาก่อนต้องอพยพหนี (นักโบราณคดีบางคนบอกว่า พวกที่บุกรุกมาจากแผ่นดินใหญ่นี่แหละคือบรรพบุรุษของคนญี่ปุ่นในปัจจุบัน ส่วนคนยุคโจมอนที่อยู่มาก่อนแล้วโดนแย่งที่ก็คือ บรรพบุรุษชาวไอนุในปัจจุบันนั่นเอง)

3. ยุคโคฟุน ค.ศ. 250-538 --> ยุคนี้ญี่ปุ่นเริ่มมีความเป็นปึกแผ่น รวมตัวกันเป็นอาณาจักร โดยมีจุดเด่นคือ ผู้นำ จะถูกฝังในหลุมฝังศพที่มีลักษณะเหมือนรูกุญแจ ส่วนขนาดจะเล็กใหญ่มากน้อยก็แล้วแต่บารมีครับ ยุคนี้ยังคงมีความพิศวงอยู่เพราะโคฟุนบางแห่งอยู่มาเป็นพันปียังไม่มีการขุดค้นอย่างจริงจังด้วยซ้ำ มีอยู่ที่นึงใหญ่มากๆ ใกล้เมืองโอซาก้า มองจากมุมสูงนี่เหมือนรูกุญแจมากๆครับ (โคฟุนมีมากแถวโอซาก้า นาระ)

โคฟุนของจักรพรรดินินโตกุ ศตวรรษที่ 5 ขนาดใหญ่มาก ภาพนี้ถ่ายจากอากาศ มีคูน้ำล้อมรอบสามชั้น ปัจจุบันไม่เปิดให้เข้าชม ไม่เปิดให้มีการขุดค้นทางโบราณคดีและดูแลโดยสำนักพระราชวังญี่ปุ่นครับ ส่วนตัวโอทารุว่า เก่งมากๆนะครับที่ออกแบบมาขนาดนี้ได้ สมัยก่อนไม่มีเครื่องบิน แต่ออกแบบได้สมมาตรกันดีมากๆเลย

4. ยุคอาซุกะ ค.ศ. 538-710 -->ยุคนี้เริ่มเข้าสู่ยุคคลาสสิค มีการรับศาสนาพุทธจากแผ่นดินใหญ่เข้ามาในแดนญี่ปุ่น ส่วนลัทธิชินโตก็เริ่มเข้ามามีบทบาททางสังคมและมีการติดต่อกับอาณาจักรเกาหลีครับ

5. ยุคนาระ ค.ศ. 710-794 --> ยุคนี้ย้ายเมืองหลวงไปสู่ "เฮโจเคียว" ซึ่งก็คือ เมืองนาระ ในปัจจุบันนั่นเอง และในช่วงนี้แหละครับที่มีการสร้าง "วัดโทไดจิ" ที่มีหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ในวิหารของวัดในปัจจุบันนั่นเอง!

6. ยุคเฮอัน ค.ศ. 794-1185 --> คนไทยจะเริ่มคุ้นชื่อเฮอันบ้างละครับ เพราะยุคนี้ก็คือ ย้ายเมืองหลวงจากนาระ ไปที่ "เฮอันเคียว" หรือ เมืีองเกียวโต ในปัจจุบันครับ!!! ยุคนี้มีการพัฒนาหลายอย่างรวมถึงการรับวัฒนธรรมจากเมืองจีนเข้ามามากขึ้น ตลอดจนสงครามเก็นเปอันมีชื่อเสียงของสองตระกูลใหญ่ คือตระกูลไทระ และตระกูลมินาโมโตะ (สุดท้ายตระกูลมินาโมโตะชนะครับ)

7. ยุคคามาคุระ ค.ศ. 1185-1333 --> ยุคนี้คนไทยก็คุ้นอีกเช่นกัน เพราะชื่อเดียวกับเมืองคามาคุระที่มีหลวงพ่อโตไดบุทสึ ที่เวลาทัวร์โตเกียวต้องจับทุกคนไปไหว้นั่นแหละครับ!! ยุคนี้มีการย้ายเมืองหลวงมาที่คามาคุระอยู่ช่วงหนึ่ง จะได้ไกลตาสมเด็จพระจักรพรรดิ (ต้องเข้าใจว่าพระจักรพรรดิมีตำแหน่งใหญ่ก็จริง ใครก็เคารพ แต่อำนาจทางทหารมันไปตกอยู่กับตระกูลใหญ่ใกล้ตัวต่างหาก! ดังนั้นถ้ากุมทหารไว้เยอะ คนก็อาจจะมองว่าเจ้าคนนี้คิดกบฎ สู้ออกมาตั้งเมืองใหม่แล้วทำตัวยิ่งใหญ่ไกลๆดีกว่าครับ) นอกจากนี้สมัยนี้ยังโด่งดังจากการบุกรุกของกุบไลข่าน ที่สั่งทหารของตนล่องเรือมาหวังยึดเกาะญี่ปุ่นด้วย ปรากฎว่าเจอพายุใหญ่ซัดกองเรือจมทะเลครับ ครั้งนั้นพายุดังกล่าวได้รับการขนานนามจากผู้คนว่า "Kamikaze" ด้วยนะครับ ความหมายคือ "ลมแห่งพระเจ้า" (แต่คนสมัยใหม่จะเข้าใจว่ามันคือ การพลีชีพในสงครามโลกครั้งที่ 2)

8. ยุคมุโรมาจิ ค.ศ. 1333-1568 --> ยุคนี้ก็เป็นยุคที่มีการสร้างวัฒนธรรมที่ยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบันครับ เช่น การชงชา การจัดสวนญี่ปุ่น การชำกิ่งบอนไซ ละครโนะห์ การจัดดอกไม้ แถมด้วยการมาถึงของ "ฝรั่งตาน้ำข้าว" พร้อมกับการเผยแผ่ศาสนาคริสต์และเทคโนโลยี "ปืน" และที่คนไทยแทบทุกคนรู้จักกันดีก็คือ "อิคคิวซัง" เกิดในยุคนี้นี่แหละ ต่อมาก็เกิดยุคสงครามกลางเมืองระหว่างแม่ทัพต่างๆ ยุคนี้ดังมากจนเอาไปสร้างเป็นเกม/หนัง/นิยายมาเยอะแล้ว คือยุคเซนโกกุ ครับ (เป็นช่วงแทรกในยุคมุโรมาจินี่แหละ)

รูปปั้นของอิคคิวซัง ท่านมีตัวตนจริงๆ ไม่ใช่มีแค่ในการ์ตูนครับ

9. ยุคอะซุชิ-โมโมยามะ ค.ศ. 1568-1600 -->ผลพวงจากยุคเซนโกกุที่แม่ทัพทั้งหลายรบกัน มีอยู่สามคนที่โดดเด่นที่สุด นั่นคือ โอดะ โนบุนางะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และ โตกุกาว่า อิเอะยาสึ ทั้งสามคนเคยเป็นสหายร่วมรบกันมาก่อน แต่ภายหลังเสือย่อมอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เมื่อโอดะ โนบุนางะตายเพราะถูกแม่ทัพตัวเองทรยศ ฮิเดโยชิจึงรับช่วงต่อ (คนนี้แหละครับ เจ้าของปราสาทโอซาก้าตัวจริงที่เราไปเที่ยวในทุกวันนี้!!) และสุดท้ายก็ถูกอิเอยาสึประกาศตัดไมตรีและเข้ารบกัน สุดท้ายอิเอยาสึชนะครับ (สงครามที่ทุ่งเซกิงาฮาระ เป็นสงครามที่นองเลือดมากๆ ของญี่ปุ่น แต่นี่คือจุดเปลี่ยนประเทศญี่ปุ่นเลยล่ะครับ! แต่ผมไม่เล่านะ ไม่งั้นยาวววว)

10. ยุคเอโดะ ค.ศ. 1600-1868 --> ครั้นอิเอยาสึชนะในศึกสงครามก็รวบรวมประเทศเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง ก็ได้ปกครองประเทศอย่างยาวนานมากครับ โชกุนตระกูลอิเอยาสึยังคงมีเชื้อสายสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ครับ ส่วนช่วงนี้จะมีเหตุการณ์ที่เด็กไทยก็ได้เรียนด้วย นั่นคือ ช่วงนี้แหละที่ "ยามาดะ นางามาซะ" ชาวญี่ปุ่นได้เดินทางมาที่กรุงศรีอยุธยาและได้เป็นข้ารับใช้ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจนต่อมาได้เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชอยู่ช่วงหนึ่งนั่นเองครับ!! ส่วนทางญี่ปุ่นเองก็ใช่ย่อยเพราะโชกุนมีนโยบายขับไล่ฝรั่งออกไปจากประเทศให้หมด (ตัดปัญหาเรื่องศาสนาคริสต์ด้วย เพราะมีเหตุจลาจลเกิดขึ้นจากความต่างทางศาสนาจริงๆ) คงเหลือแต่ให้ค้าขายได้เล็กน้อยที่เกาะเดจิมะเท่านั้น ต่อมาก็มี "เรือดำ (คุโระฟุเนะ)"จากสหรัฐอเมริกา นำทีมโดยพลเรือจัตวาแมทธิว เพอรี่ เข้ามา "บีบ" ให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศและทำการค้าด้วย จุดนี้ก็เริ่มทำให้โชกุนหนักใจ เพราะความที่ปิดประเทศมานาน เทคโนโลยีโลกมันเดินหน้าไปไกลแล้ว เพราะอเมริกาเลิกใช้เรือใบแล้วครับ เขาใช้เรือกลไฟแทนแล้ว แถมหุ้มเกราะเหล็กอีกต่างหากอาวุธก็เป็นแบบไฮเทคหมดแล้ว ปืนใหญ่ ปืนกลก็ยิงได้ไวขึ้นถี่ขึ้น สุดท้ายโชกุนก็ต้องยอมเปิดประเทศแถมสงครามโบชินอีก สุดท้ายตระกูลโตกุกาวะก็ต้องคืนอำนาจให้พระจักรพรรดิญี่ปุ่นหลังจากปกครองประเทศมากว่าสองร้อยปีครับ

คุโระฟุเนะ หรือ เรือดำ ในจินตานาการของศิลปินชาวญี่ปุ่น สังเกตให้ดีครับว่าเป็นเรือกลไฟ

11. ยุคปฎิรูปเมจิ ค.ศ. 1868-1912 --> ยุคนี้ญี่ปุ่นก็มีสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิขึ้นครองราชย์ ทรงย้ายเมืองหลวงจากเกียวโตมาที่ "เอโดะ" หรือ "กรุงโตเกียว" ในปัจจุบันนี้นั่นเอง! จากนั้นญี่ปุ่นก็ทำการปรับปรุงตนเองขนานใหญ่ให้ทัดเทียมประเทศตะวันตก ส่วนเหตุการณ์ที่คนไทยพอจะนึกออกในช่วงนี้ก็คือ "The Last Samurai" นำแสดงโดย Tom Cruise นั่นเองครับ เกิดเหตุการณ์ช่วงนี้แหละ แต่ซามูไรคนสุดท้ายตัวจริงเป็นคนญี่ปุ่น ชื่อ ไซโก ทาคาโมริ นะครับ

12. ยุคไทโช ค.ศ. 1912-1926 --> ยุคนี้ตรงกับสงครามโลกครั้งที่ 1 และรัชกาลที่ 6 ของสยามประเทศครับ! ครั้งนี้ญี่ปุ่นได้เข้าร่วมรบกับฝ่ายสัมพันธมิตรและได้รับชัยชนะในที่สุด

13. ยุคโชวะ ค.ศ. 1926-1989 --> ยุคนี้คนไทยก็รู้จักเป็นอย่างดี เพราะเป็นยุคที่คุ้นหูมากที่สุดยุคหนึ่งทั้งในการ์ตูน หนังสือและสื่อต่างๆ ตลอดจนเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยครับ โดยมีสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโต้ครองบัลลังก์ ยุคก่อนสงครามจะปะทุญี่ปุ่นเจริญก้าวหน้ามากนะครับ มีเรือรบ เรือบรรทุกเครื่องบิน เครื่องบินรบ แถมมีเรือดำน้ำและอาวุธต่างๆที่่ทันสมัยมากๆ แถมมีรถใต้ดินสายแรกในประเทศเมื่อปี 1927 ด้วยซ้ำ! (สร้างก่อนหน้าประเทศไทย 77 ปี!!!) และแม้ว่าญี่ปุ่นจะพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 แบบราบคาบ แต่จิตวิญญาณของคนญี่ปุ่นสุดยอดมาก ทำให้ประเทศผงาดเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจได้ในช่วงปลายปี 80s ในที่สุดครับ อ้อ! การ์ตูนโดราเอมอนก็เกิดในยุคนี้นะครับ ตีพิมพ์เมื่อปี 1969 นี่แหละครับ!!

โดราเอมอน ฉบับ Manga เล่มแรก ทุกวันนี้ก็ยังตีพิมพ์อยู่ครับ

14. ยุคเฮย์เซย์ ค.ศ. 1989-ปัจจุบัน --> สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโต้ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบิดา และคงไม่ต้องบอกอะไรมากเพราะนี่คือทุกวันนี้ของญี่ปุ่นนั่นแหละครับ นอกจากเหตุการณ์สำคัญเมื่อปี 2011 ที่เกิด Tsunami แถวโทโฮขุจนทำให้เกิดวิกฤตรังสีรั่วไหลที่โรงงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิ ที่น่าจะส่งผลให้ญี่ปุ่นต้องแก้ปัญหาไปอีกนานพอสมควร พร้อมกับพิษเศรษฐกิจที่กำลังส่งผลในปัจจุบัน.....

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นฉบับรวบรัด โอทารุก็ได้แต่หวังว่าผู้อ่านคงจะได้รับความรู้กันบ้างนะครับ เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่นจะได้เข้าใจความเป็นมาขอบญี่ปุ่นกันให้มากขึ้นครับ จะได้สนุกกันหรือร้องอ๋อบ้างไม่ใช่อะไรก็งง ถ่ายรูปอย่างเดียว ^_^ พบกันใหม่บล็อกหน้านะครับ!!!

 ----------------------------------------------------------

ติดต่อโอทารุได้อย่างไร?

add friend ทาง Facebook ครับ พิมพ์คำว่า Otaru Taichou ในช่องค้นหา เดี๋ยวว่างๆผมจะเข้าไป add เองครับ หรือติดต่อมาที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ก็ได้ แต่อีเมลล์อาจจะตอบช้าหน่อยนะครับ ไม่ได้เข้าไปเช็คทุกวัน!

การปฏิบัติตัวในฤดูร้อนที่ญี่ปุ่น
กำเนิดโดราเอมอน