กำลังเปรียบเทียบข้อมูล

 

EasyBlog

This is some blog description about this site
แนะนำ 9 อาหารน่าลองในแถบโตเกียว

สวัสดีท่านผู้อ่านครับ สัปดาห์นี้โอทารุขอพาทุกท่านไปรู้จักกับเมนูอาหารที่น่าสนใจและหารับประทานได้ไม่ยากนัก อีกทั้งยังเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ที่สำคัญอาหารส่วนใหญ่ก็อยู่ในโตเกียวนี่แหละ รับรองว่าเดินทางสะดวกแน่นอนครับ ^^

จะว่าไปแล้วโตเกียวก็คือศูนย์รวมอาหารญี่ปุ่นที่มีความหลากหลายมากที่สุด อย่างไรก็ตาม อาหารของแถบคันโตแท้ ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์แท้ๆแบบสามารถหารับประทานได้เฉพาะแถบนี้ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน 

สำหรับข้อมูลที่ผมจะมาเขียนให้ทราบนั้น อาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดของความเป็นมาของอาหารมากมายนักนะครับ ผมขอเน้นให้รู้จักหน้าตาและชื่อของอาหารไว้ก็พอ เวลาไปเที่ยวจะได้รู้จักและเนื้อหาของบล็อกมีความกระชับครับ เอาล่ะ มาเริ่มกันเลย!

​1. Edomae-zushi - ซูชิสไตล์เอโดะ หรือซูชิสไตล์ปัจจุบันที่คนทั่วโลกรู้จักกันนั่นเอง 

จริงๆแล้วซูชิที่พวกเรารับประทานกันทุกวันนี้นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะ (ราว 400 ปีก่อน) และวิวัฒนาการมาเรื่อยๆครับ ส่วนปลาที่จับได้ในแถบนี้ก็มักจะจับมาจากบริเวณอ่าวโตเกียวนั่นเอง สำหรับร้านซูชิ สามารถหารับประทานได้ทั่วไปในโตเกียว (รวมถึงทั่วประเทศญี่ปุ่นด้วย) แต่หากเป็นมือใหม่ ก็ขอแนะนำให้เดินทางไปลองชิมกันที่ตลาดปลา Tsukiji ซึ่งปัจจุบันแม้จะมีข่าวการย้ายตลาดไปแล้ว แต่ร้านซูชิหลายร้านก็ยังคงปักหลักเปิดกิจการที่โซนตลาดด้านนอกต่อไป ส่วนท่านใดที่ไม่อยากเดินทางไปถึงตลาดปลา จะหาร้านซูชิในย่านกินซ่า ชิบูย่า ชินจุกุ หรืออาซากุสะก็ล้วนแต่มีร้านอร่อยน่าลองทั้งสิ้นครับ

2.Monjayaki - พิซซ่าญี่ปุ่นสไตล์โตเกียว

ใคร ๆ ก็รู้จัก Okonomiyaki ใช่ไหมครับ! แต่พอเรียก Monjayaki ปุ๊บ หลายท่านจะไม่คุ้นหูทันที เอาเป็นว่าหากเราเรียกอาหารชนิดนี้แบบง่าย ๆ นั่นก็คือ "Okonomiyaki แบบเปียก" นั่นเอง คำว่าแบบเปียกก็คือ มันจะมาบนเตาขนาดใหญ่แล้วพนักงานจะเทแป้งที่มีลักษณะเหลวพร้อมกับส่วนประกอบที่สำคัญลงไป ซึ่งส่วนประกอบที่ว่านี้นอกจากแป้งและผักเป็นหลักแล้ว เราสามารถเพิ่มเนื้อหมู วัว ไก่ หรือ seafood รวมเข้าไป ที่สำคัญหลายร้านยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ลองทำ Monjayaki ด้วยตัวเองอีกด้วย สำหรับในโตเกียวนั้น ผมขอแนะนำให้ไปลองแถวย่าน Tsukishima ซึ่งย่านนี้ได้ชื่อว่าเป็น Monja Street ของโตเกียวเลยทีเดียว

​3. Tempura - อาหารชุบแป้งขนิดต่างๆ

เทมปุระนับเป็นเมนูพื้นฐานที่มีความเป็นมาคล้ายกับขนมทองหยิบทองหยอดของไทย กล่าวคือเมนูชนิดนี้ทางประเทศญี่ปุ่นก็ได้รับอิทธิพลมาจากชาวโปรตุเกสในช่วงที่เข้ามาเผยแพร่คริสตศาสนาในเมืองนางาซากิ ซึ่งผมเชื่อว่าชาวไทยน่าจะรู้จักชาวโปรตุเกสเป็นอย่างดีจากละครไทยย้อนยุคเรื่องหนึ่งที่เคยฮิตมากในอดีต สำหรับเมนูนี้ วัตถุดิบของทางโตเกียวจะเน้นไปที่กุ้งหรืออาหารทะเลชุบแป้งทอดและผัก โดยมีลักษณะแป้งที่เน้นความกรอบเป็นพิเศษ แต่ไม่อมน้ำมัน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ภูมิภาคอื่นยากจะเลียนแบบ

4.Yanagawa Nabe/Dojo Nabe/Chanko Nabe - นาเบะ (หม้อร้อน)

หากจะบอกว่าจริงๆเมนูชนิดนี้ คือ อาหารที่ซูโม่ใช้รับประทานเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย (ลองนึกดูว่าซูโม่ตัวใหญ่ๆมักจะทานอะไร นี่แหละครับ อาหารของพวกเขาล่ะ) แต่ปัจจุบันบุคคลทั่วไปก็สามารถรับประทานได้เช่นกัน ส่วนประกอบที่สำคัญ คือ เต้าหู้และผัก ส่วนเนื้อสัตว์จะมีทั้งเนื้อวัว หมู ไก่ หรือจะใส่อาหารทะเลอย่างเช่น ปลา ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน เมนูนี้หาร้านอาหารได้ไม่ยาก ส่วนตัวผมขอแนะนำให้ลองในย่าน Ryogoku ซึ่งเป็นย่านที่มีสังเวียนซูโม่ครับ จะมีขายอยู่หลายร้าน

5.Unaju - ปลาไหลน้ำจืดย่าง

นับเป็นเมนูยอดฮิตของชาวไทยในปัจจุบันเพราะข้าวหน้าปลาไหลน้ำจืดย่างสมัยนี้หากินได้ง่ายกว่าเดิมมากแถมแต่ละร้านมักจะมีซอสปรุงรสที่เป็นสูตรลับเฉพาะ ดังนั้น รสชาติปลาไหลของแต่ละร้านจึงมีความแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม หากเป็นมือใหม่และอยากลอง ก็ขอแนะนำให้ลองเข้าร้าน Unatoto ซึ่งเป็นร้านขายปลาไหลย่างโดยเฉพาะ มีสาขาอยู่มากกว่า 10 สาขาในโตเกียว หรือจะลองทานที่ร้าน Kawatoyo Honten ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่ประจำเมืองนาริตะก่อนขึ้นเครื่องบินกลับบ้านก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

6.Chinese Food - อาหารจีน  

แม้อาจฟังดูธรรมดา แต่ผมอยากบอกว่า จริงๆแล้วที่ญี่ปุ่นมี Chinatown (ย่านเยาวราชแบบบ้านเรานั่นแหละครับ) ถึง 3 แห่งทั่วประเทศ นั่นคือ Yokohama, Kobe, Nagasaki ซึ่งแปลว่าอาหารจีนในญี่ปุ่นก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าลองทานเช่นกัน เพราะอาหารจีนของที่นี่มักมีกลิ่นอายและรสชาติที่แฝงความเป็นญี่ปุ่นอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนเมนูที่น่าสนใจ คือ ชูมัย ซาลาเปาไส้ต่าง ๆ บะหมี่ผัดต่างๆ เต้าหู้มาโป(เต้าหู้แบบเผ็ด) และติ่มซำประเภทต่าง ๆ ทั้งนี้ท่านผู้อ่านที่มาเที่ยวในโตเกียวก็สามารถเดินทางมาลิ้มลองกันได้ที่เมือง Yokohama นะครับ เพราะสะดวกในการเดินทางและมีหลายร้านให้เลือกจริงๆ 

7.Shirasu - ปลาขาวตัวเล็ก

ข้าวหน้าปลา Shirasu หรือปลาตัวเล็ก ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานในรูปแบบปลาดิบ ต้ม หรือชุบแป้ง ท่านสามารถหาทานเมนูนี้ได้ง่ายที่เมืองคามาคุระและเกาะเอโนชิมะซึ่งเป็นบริเวณที่มีการจับปลาชนิดดังกล่าวชุกชุมมากเป็นพิเศษ (นอกจากการรับประทานอาหารชนิดนี้แล้ว หลวงพ่อโตไดบุทสึก็ประดิษฐานอยู่ในเมืองคามาคุระนี่แหละครับ)

8.Shojin Ryori - อาหารสำหรับพระสงฆ์ญี่ปุ่น 

เมนูนี้อาจจะเหมาะสำหรับ "สายคลีน" เพราะเมนูนี้ไม่มีเนื้อสัตว์เข้ามาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย แต่อ่านแล้วอย่าเพิ่งวิตกกังวลเกินไปเพราะนักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถก็ลิ้มลองเป็นประสบการณ์ได้ครับ สำหรับร้านอาหารที่ขายเมนูสุดคลีนนี้ ท่านสามารถพบเจอร้านอาหารประเภทนี้ได้มากในเมืองคามาคุระ ทั้งนี้ ผมขอย้ำอีกครั้งว่า เมนูนี้ไม่มีเนื้อสัตว์ แต่เน้นหนักไปที่ผัก เต้าหู้ ข้าว และผลไม้นะครับ อ้อ! นอกจากร้านอาหารในเมืองแล้ว หากท่านใดได้มีโอกาสได้เข้าพักในวัดญี่ปุ่น ทางวัดก็มักจะจัดอาหารแบบนี้ให้กับเราในตอนเช้าหรือตอนเย็นเช่นกันครับ หากมีโอกาสอยากเป็นสายคลีนสักมื้อก็ลองดูนะครับ ^^

9.Japanese curry - ข้าวราดแกงกะหรี่ 

ต้องบอกก่อนว่าของญี่ปุ่นจะเป็นคนละสไตล์กับแกงกะหรี่แบบอินเดียที่บางท่านอาจเคยได้ลองชิมเวลาไปเที่ยวอินเดียหรือในเมืองไทยครับ ผมขอบอกที่มาสักเล็กน้อยว่าเมื่อราวๆ 150 ปีก่อนนั้น ชาวญี่ปุ่นได้รู้จักแกงกะหรี่ผ่านทางชาวอังกฤษที่เข้ามาค้าขายในญี่ปุ่นครับ โดยชาวอังกฤษเหล่านั้นนำแกงกะหรี่จากอินเดียมารับประทานด้วย ชาวญี่ปุ่นสมัยนั้นพอได้ชิมแล้วก็เลยนำสูตรดั้งเดิมของอินเดียแท้ๆมาปรับปรุงให้ถูกปากชาวญี่ปุ่นตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา โดยหนึ่งในเมืองท่าที่เปิดรับฝรั่งผิวขาวสมัยที่ญี่ปุ่นเริ่มค้าขายก็คือ Yokohama ส่งผลให้ในปัจจุบันข้าวราดแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งเมนูที่หารับประทานได้ง่าย มีรสชาติอร่อย ที่สำคัญคือราคาไม่แพงด้วยครับ (บางเจ้ามีขยายสาขามาเปิดที่เมืองไทยด้วยซ้ำ)

​และทั้งหมดนี้ก็คือ 9 เมนูเด็ดน่าลองหากท่านใดได้มาเที่ยวในโซนโตเกียวครับ จริงๆแล้วยังมีอาหารชนิดอื่นๆที่น่าสนใจอีกเยอะแยะเลย แต่ผมขอนำมาเสนอเฉพาะที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติและชาวญี่ปุ่นเองนะครับ ทั้งนี้ ก่อนจากกันในบล็อกเรื่องกิน ผมขออนุญาตโฆษณาว่าหากท่านใดที่ต้องการทัวร์กินแหลกที่ญี่ปุ่นก็ขอแนะนำให้รู้จักกับบริษัท I Love Japan Tours ครับ เขารับจัดทัวร์สไตล์กินแหลกเฉพาะกลุ่มของเราด้วย อยากไปทานร้านดังพวก Michelin หรือพวกร้านจองยากๆ ก็จองให้ได้ ยังไงถ้าท่านใดสนใจก็ลองคลิกรายละเอียดที่ตัวอักษรสีเข้มได้นะครับ สำหรับวันนี้สวัสดีครับแล้วพบกับโอทารุอีกครั้งในสัปดาห์หน้าคร้าบบบบบ

​ภาพปกจาก tokyotreat

ภาพประกอบจาก foodsaketokyo, japanwalkersea, livejapan, jpvisitor, media-magicaltrip, gurunavi, ana-cooljapan, jpinfo และ visit-minato-city

คนรักฟูจิปลื้ม! JR เตรียมเปิดเส้นทางรถไฟวิ่งตรงสู่...
แนะนำ Hoshinoya Tokyo : เรียวกัง 5 ดาวสุดหรูที่ต้อ...